รายชื่อสมาชิกผู้จัดทำโครงงาน

1.นางสาวพรพรรณ   ชุมภูโล   เลขที่  19

2.นางสาวสุขสวัสดิ์   นิเกตุ      เลขที่  26

3.นางสาววันทการ   สุขเกษม  เลขที่  30

4.นางสาวกฤษณา   ไชยสม    เลขที่  31

5.นางสาวพัชรา       บุญแช่ม   เลขที่  32

6.นางสาวจุฬาลักษณ์  ศิลา     เลขที่  13

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่   6/2

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

กิตติกรรมประกาศ

            โครงงานบัวลอยสามสีไส้กล้วยกวนนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อจะพัฒนาบัวลอยแบบดั้งเดิมคือแบบไม่มีไส้ให้มีรูปแบบที่แตกต่างและแปลกใหม่ขึ้น โดยการนำกล้วยน้ำว้าซึ่งเป็นผลิตผลของสวนกล้วยของโรงเรียนมาแปรรูปเป็นกล้วยกวนแล้วนำมาประยุกต์ทำเป็นไส้ของบัวลอย

ในการทำโครงงานครั้งนี้ขอขอบคุณ คุณครูสุพัตรา ถมยา คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยให้คำปรึกษาในการทำโครงงานให้มีผลงานสำเร็จตามเนื้อหาโครงงานเรื่องบัวลอยสามสีไส้กล้วยกวนสำเร็จไปด้วยดี

อนึ่งตลอดเวลาในการทำโครงงานบัวลอยสามสีไส้กล้วยกวน ระดับชั้น ม.6 ผู้ทำโครงงานได้รับคำปรึกษาชี้แนะจากคุณครูอุบลวรรณ ชูเวช,คุณครูรุ่งนภา สดสะอาด และคุณครูสุพัตรา ถมยา คณะผู้จัดทำขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ให้คำปรึกษาดังกล่าวไว้ ณ โอกาศนี้เป็นอย่างยิ่ง

บทคัดย่อ

            โครงงานเรื่องบัวลอยไส่กล้วยกวนมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้าบัวลอยสูตรใหม่ๆที่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน การทำบัวลอยไส้กล้วยกวนนั้นเรายังนำเอากล้วยกวนมาใช้้ประโยชน์อีกทางหนึ่ง เพราะกล้วยนั้นสามารถหาได้ง่ายในชุมชนจึงทำให้กล้วยมีราคาถูก จึงเกิดการล้นตลาดและกล้วยก็เน่าเสียไปด้วยและไม่ได้ใช้ประโยชน์ เราจึงคิดทำบัวลอยไส้กล้วยกวนนี้ขึ้นมา

             การทำบัวลอยไส้กล้วยกวนเรามีการทดลองทำจนแน่ใจว่าสามารถรับประทานได้และสามารถนำออกจำหน่ายได้และบัวลอยไส้กล้วยกวนนี้ยังมีรสชาติที่แปลกใหม่และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบัวลอยไส้กล้วยกวน การทำบัวลอยไส้กล้วยกวนนี้ จะเป็นการชักชวนเยาวชนไทยให้หันมาสนใจขนมไทยมากขึ้นด้วย

บทที่ 1

บทนำ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

บัวลอย  จัดเป็นอาหารที่คู่สำรับกับข้าวไทยมา ตั้งแต่ครั้งโบราณ โดยทั่วไปประชาชนจะทำขนมเฉพาะในงานเลี้ยง นับตั้งแต่การทำบุญเลี้ยงพระ งานมงคลและงานพิธีการ วัตถุดิบการทำที่กลมกลืน พิถีพิถัน ในเรื่องรสชาติ สีสัน ความสวยงาม กลิ่นหอม รูปลักษณะชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทาน ขนมแต่ละชนิด ซึ่งยังแตกต่างกันไปตามลักษณะของขนมชนิดนั้น ๆ

ขนมไทย เป็นของหวานที่ทำและรับประทานกันในอาณาจักรไทย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทาน ที่ประณีตบรรจงของขนมแต่ละชนิด ซึ่งยังแตกต่างกันไปตามลักษณะของขนมชนิดนั้นๆ

บัวลอย จัดเป็นขนมไทยอย่างหนึ่ง กล่าวได้ว่ามีอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน เพราะเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ที่บ่งบอกว่า คนไทยเรานั้นเป็นคนมีลักษณะนิสัยอย่างไรบ้าง เนื่องด้วย ขนมไทยแต่ละชนิด ล้วนมีเสน่ห์มี รสชาติ ที่แตกต่างกันออกไป แต่แฝงไปด้วยความละเมียดละไม ความวิจิตรบรรจง อยู่ในรูปลักษณ์ กลิ่น รสของขนมที่สำคัญ ขนมไทยแสดงให้เห็นว่าเป็นคนใจเย็นรักสงบมีฝีมือเชิงศิลปะ ซึ่งขนมเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะใช้และทำด้วยแป้ง น้ำตาล มะพร้าว เป็นส่วนประกอบสำคัญ สามารถดัดแปลงเป็นขนมหลายชนิด หน้าตา แตกต่างกัน

ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทาน ที่ประณีตบรรจงของขนมแต่ละชนิด ซึ่งยังแตกต่างกันไปตามลักษณะของขนมชนิดนั้นๆ ในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เช่น งานทำบุญ เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำ พอสมควร

วัตถุประสงค์

ปัจจุบันคนไทยเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับกรทานขนมไทยน้อยลง  เนื่องจากคนไทยเราจะหันมาสนใจสุขภาพกันมาก และเริ่มบริโภคขนมหวานกันน้อยลง และหันไปทานขนมกรุบกรอบแทนและอาจเป็นไปได้ว่าขนมไทยเป็นขนมดั้งเดิมจึงได้รับการนิยมในการบริโภคน้อยลงทางผู้จัดทำจึงมีความคิดที่จะทำขนมไทย (บัวลอยสามสีไส้กล้วยกวน) ให้มีความแปลกใหม่ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษา และสามารถค้นคว้าเกี่ยวกับสูตรวิธีการทำ ได้อย่างสะดวกขึ้นจากการนำข้อมูลเหล่านี้ลงในWord press

หลายคนคงคิดว่าขนมไทยคงจะทำยากทานแล้วไขมันเยอะ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นขนมหวาน แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ทางผู้จัดทำจึงได้นำข้อมูลการทำลงใน Word press ในการเผยแพร่ให้ขนมไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นและมีวิธีการทำและสูตรขนมให้ผู้สนใจได้นำไปหัดทำต่อไป

ขอบเขต

ขอบเขตโครงงานจะเน้นที่กลุ่มนักเรียน ครู อาจารย์ในโรงเรียนแม่ลาววิทยาคม และบุคคลที่สนใจในเรื่องขนมไทย ได้แสดงความคิดเห็น สำหรับโครงงานเรื่องบัวลอยสามสีไส้กล้วยกวน ระยะเวลาในการดำเนินโครงงาน ระหว่างเดือน มิถุนายน – สิงหาคม

วิธีการดำเนินงาน

วัตถุดิบและอุปกรณ์

-แป้งข้าวเหนียว

-น้ำตาลทราย

-เกลือป่น

-กะทิ

-เครื่องปั่น

-น้ำเปล่า

-กะละมัง

-หม้อ

-จาน

-สีผสมอาหาร

-ผ้าขาวบาง

วิธีการทำกล้วยกวน

– นำกล้วยน้ำว้าสุกงอมปลอกเปือกแล้วปั่นให้ละเอียด

– เคี้ยวในกระทะที่ไฟอ่อนๆ

– ผสมกะทิและน้ำตาลลงไป

– คนตลอดประมาณ  1-2 ชั่วโมง จนเหนียวและมีสีน้ำตาลเข้ม

– ยกลงผึ่งไว้ให้เย็น

การปั้นแป้ง

– นำแป้งที่ผสมสีและสีมาปั้นเป็นรูปวงกลมแบนเล็ก

– นำกล้วยกวนที่ผึ่งไว้มาใส่ตรงกลางแป้ง

– ปั้นให้เป็นรูปวงกลมแล้ววางในจานแต่ละสี

การต้มบัวลอย

– นำหม้อตั้งไฟ เทน้ำเปล่าลงไปรอจนน้ำเดือด แล้วนำบัวลอยมาต้มทีละสี

– ตักพักไว้ในน้ำเปล่า ทำแบบนี้จนครบทุกสี

– ตั้งหม้อน้ำเปล่าอีกครั้ง รอจนน้ำเดือดจึงเทกะทิลงไป

– นำบัวลอยที่พักไว้มาต้มลงในหม้อเดียวกัน

-เมื่อใกล้สุกเต็มที่แล้ว ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วตามด้วยน้ำตาลทราย

– ยกหม้อลงพักไว้ รอให้เย็นเล็กน้อย

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เป็นการนำกล้วยจากโรงเรียนที่จะทำในเรื่องโครงการเศรษฐกิจพอเพียงมาทำให้เกิดประโยชน์ที่หลากหลายขึ้น
  2. ได้นำกล้วยกวนมาเป็นส่วนผสมกับขนมไทย
  3. เป็นแนวทางในการทำกิจกรรมเสริมตามโครงการเสริมรายได้ระหว่างเรียน
  4. ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
  5. รู้จักนำเอาวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และรู้จักการแปรรูปอาหาร ทำให้มีจุดที่น่าสนใจมาก

วิธีการทำบัวลอยไส้กล้วยกวน

1.นำแป้งข้าวเหนียวมาผสมกับน้ำในจำนวนที่พอเหมาะและเติมสีผสมอาหารเล็กน้อยแล้วนวดให้เข้ากันจนแป้งมีความนุ่มคือแป้งจะไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป

2.นำแป้งที่นวดแล้วมาปั้นแล้วนำกล้วยกวนที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆยัดเข้าเป็นไส้ แล้วปั้นแป้งให้เป็นลูกกลมๆ ขนาดพอคำ

3.นำบัวลอยที่ปั้นแล้วลงต้มในน้ำกะทิและน้ำตาล โดยใช้น้ำกะทิ 1 กล่อง และใช้น้ำตาลทรายเิติมจนกว่าจะมีรสหวานที่พอดี

4.รอให้บัวลอยสุกประมาณ 20 นาที

5.หลังจากนั้นตักมารับประทานได้เลย

 

วิธีการทำกล้วยกวน(นำไปเป็นไส้ของบัวลอย)

 

 

วัตถุดิบและส่วนประกอบ
1. กล้วยน้ำว้าสุก

2. น้ำกะทิ

3. น้ำตาลปีป

4. น้ำตาลทราย

5. แบะแซ(ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้หากใส่จะช่วยเพิ่มความเหนียว)

6. เกลือ

ขั้นตอนการผลิต

1. นำกล้วยน้ำว้า มาปลอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด

2. นำกล้วยน้ำว้ามาใส่เครื่องปั่นบดให้ละเอียด

3. นำกล้วยที่บดแล้วมากวนพร้อมใส่กะทิ น้ำตาลปีป และน้ำตาลทราย

4. ใช้เวลากวน ประมาณ 8 ชั่วโมง จากนั้นนำมาทำให้เป็นแผ่น

5. ตัดกล้วยกวนให้เป็นชิ้นตามต้องการ

ที่มาและความสำคัญของโครงงานเรื่องบัวลอยไส้กล้วยกวน

                เนื่องจากทางโรงเรียนแม่ลาววิทยาคมของเรามีแปลงเกษตร ที่ปลูกสวนกล้วยน้ำว้า ซึ่งในแต่ละปีทางโรงเรียนได้รับผลผลิตจากต้นกล้วยเป็นจำนวนมาก เมื่อนำกล้วยออกมาจำหน่ายเป็นหวีธรรมดาๆ จะมีราคาถูกและไม่ค่อยมีคนซื้อ กลุ่มของพวกเราจึงนำกล้วยน้ำว้ามาแปรรูปเป็นกล้วยกวน เพื่อเพิ่มมูลค่าของกล้วยให้มีราคามากขึ้น และกลุ่มพวกเราได้นำกล้วยกวนมาดัดแปลงเป็นไส้ของบัวลอย จึงเป็นที่มาของบัวลอยไส้กล้วยกวนของกลุ่มพวกเรา ซึ่งบัวลอยไส้กล้วยกวนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดัดแปลงขึ้นมาจากบัวลอยธรรมดาที่ไม่มีไส้

ประโยชน์ของกล้วย

กล้วยอุดมด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรุคโทส และ กลูโคส รวมกับเส้นใยและกากอาหาร กล้วยจะช่วยเสริมเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทันทีทันใด จากงานวิจัยพบว่ากินกล้วยแค่ 2 ผล ก็สามารถเพิ่มพลังงานให้อย่างเพียงพอ กับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ได้นานถึง 90 นาที

 ประโยชน์ของกล้วยไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มพลังงานเท่านั้น ยังช่วยเอาชนะ และป้องกันโรคต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกายได้อีกหลายโรคเลยค่ะ ส่วนจะช่วยป้องกันโรคใดได้บ้างนั้นราไปหาข้อมูลมาให้แล้ว ดังนี้

1. โรคโลหิตจาง ในกล้วยมีธาตุเหล็กสูงจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง หรือภาวะโลหิตจาง

2. โรคความดันโลหิตสูง มีธาตุโปรแตสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะช่วยความดันโลหิตมาก อย.ของอเมริกา ยินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วยสามารถ โฆษณาได้ว่า กล้วยเป็นผลไม้พิเศษช่วยลดอันตรายอันเกิดจากเรื่องความดันโลหิตหรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก

3. กำลังสมอง มีงานวิจัยในกลุ่มนักเรียน 200 คน โรงเรียน Twickenham พบว่ากินกล้วยมื้ออาหารเช้า ตอนพัก และมื้ออาหารกลางวันทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมกำลังของสมองในพวกเขา  ได้รับผลดีจากการสอบตลอดปี ด้วยการจากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าปริมาณโปรแตสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วยสามารถให้นักเรียนมีการตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น

4. โรคท้องผูก ปริมาณเส้นใยและกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วยช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยแก้ปัญหาโรคท้องผูกโดยไม่ต้องกินยาถ่ายเลย

5. โรคความซึมเศร้า จากการสำรวจ ในจำนวนผู้ที่มีความทุกข์เกิดจากความซึมเศร้าหลายคนจะมี ความรู้สึกที่ดีขึ้นมากหลังการกินกล้วย เพราะมีโปรตีนชนิดที่เรียกว่า Try Potophan เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายจะ ถูกเปลี่ยนเป็น Rerotonin เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวผ่อนคลายปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นนั่นเอง

6. อาการเมาค้าง วิธีที่เร็วที่สุดที่จะแก้อาการเมาค้าง คือ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้ กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไปในขณะที่นมก็ช่วย ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา

7. อาการเสียดท้อง กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายของเรา ถ้าปัญหาเกี่ยวกับอาการเสียด ท้อง ลองกินกล้วยสักผล คุณจะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้

8. ความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า การกินกล้วยเป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหาร จะรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือดให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า

9. ยุงกัด ก่อนใช้ครีมทาแก้ยุงกัด ลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด มีหลายคนพบอย่างมหัศจรรย์ว่า เปลือกกล้วยสามารถแก้เม็ดผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้

10. ระบบประสาท วิธีควบคุมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด ด้วยการกินอาหารว่างที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงอย่างทุก 2 ชั่วโมง เพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลให้คงที่ตลอดเวลา การกินกล้วยที่มีวิตามินบี 6 ซึ่งประกอบด้วยสารควบคุมระดับกลูโคสที่สามารถมีผลต่ออารมณ์ ช่วยทำให้ระบบประสาทสงบลงได้

11. โรคลำไส้เป็นแผล กล้วยเป็นอาหารที่แพทย์ใช้ควบคุม เพื่อต้านทานการเกิดโรคลำไส้เป็นแผล เพราะเนื้อของกล้วยมีความอ่อนนิ่มพอดี เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ทานได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคลำไส้เรื้อรัง และกล้วยยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ทำให้ลดการระคายเคือง และยังไปเคลือบผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย

12. การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ในวัฒนธรรมของหลายแห่งเห็นว่ากล้วย คือผลไม้ที่สามารถทำให้ อุณหภูมิเย็นลงได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอุณหภูมิของอารมณ์ของคนที่เป็นแม่ที่ชอบคาดหวัง ตัวอย่างในประเทศไทย จะให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานกล้วยทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่า ทารกที่เกิดมา จะมีอุณหภูมิเย็น

13. ความสับสนของอารมณ์เป็นครั้งคราว กล้วยสามารถช่วยในเรื่องของอารมณ์และความสับสนได้ เพราะในกล้วยมีสารตามธรรมชาติ Try Potophan ทำให้อารมณ์ดี

14. การสูบบุหรี่ กล้วยสามารถช่วยคนที่กำลังพยายามเลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากในกล้วยมีปริมาณของวิตามินซี เอ บี6 และบี 12 ที่สูงมาก และยังมีโปรแตสเซียมกับแมกนีเซียม ที่ช่วยทำให้ร่างกายฟื้นคืนตัวได้เร็วอันเป็นผล จากการลดเลิกนิโคตินนั่นเอง

15. ความเครียด โปรแตสเซียมเป็นสารอาหารสำคัญ ที่ช่วยให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ การส่งออกซิเจน ไปยังสมอง และปรับระดับน้ำในร่างกาย เวลาเกิดอารมณ์เครียด อัตรา metabolic ในร่างกายของเราจะขึ้นสูง และทำให้ระดับโปรแตสเซียมในร่างกายของเราลดลง แต่โปรแตสเซียมที่มีอยู่สูงมากในกล้วยจะช่วยให้เกิด ความสมดุล

16. เส้นเลือดฝอยแตก จากการวิจัยที่ลงในวารสาร “The New England Journal of Medicine” การกินกล้วยเป็นประจำสามารถลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40%

17. โรคหูด การรักษาหูดด้วยวิธีทางเลือกแบบธรรมชาติ โดยการใช้เปลือกของกล้วยวางปิดลงไปบนหูด แล้วใช้แผ่นปิดแผลหรือเทปติดไว้ให้ด้านสีเหลืองของเปลือกกล้วยออกด้านนอก ก็จะสามารถรักษาโรคหูดให้หายได้


Hello world!

Welcome to WordPress.com. After you read this, you should delete and write your own post, with a new title above. Or hit Add New on the left (of the admin dashboard) to start a fresh post.

Here are some suggestions for your first post.

  1. You can find new ideas for what to blog about by reading the Daily Post.
  2. Add PressThis to your browser. It creates a new blog post for you about any interesting  page you read on the web.
  3. Make some changes to this page, and then hit preview on the right. You can always preview any post or edit it before you share it to the world.